วันนี้หลังจากใช้เวลาท่องอยู่ในยุทธภพไซเบอร์ตามปกติ บังเอิญได้พบเจอความเห็นของบุคคลท่านหนึ่งที่ชาวไทยต้องรู้จักดีในฐานะนักบวชฝีปากกล้า“พระพุทธะอิสระ” ผู้ใช้วาจาแบบตรงไปตรงมาในทุกเรื่องทุกประเด็นทั้งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบทบาทการเป็นแกนนำพามวลชนเข้าร่วมต่อสู้ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจไม่เป็นที่ถูกใจหรือถูกใจกับคนส่วนใหญ่ทั้งหมด แต่พิจารณาดูแล้วสิ่งที่ท่านแสดงความเห็นเป็นความจริงทางสังคมที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว แม้สำนวนสำเนียงอาจมีกลิ่นอายถึงการเสียดสีหรือยกย่องคนบางกลุ่ม แต่ในการแสดงความเห็นครั้งนี้ได้แฝงไว้ด้วยตรรกกะแห่งการดำรงชีวิตอยู่อย่างตะหนักรู้ และแจ้งให้รู้เท่าทันเพื่อปรับตัวในอยู่รอดได้ในสังคมที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วและกำลังจะเปลี่ยนแปลงต่อไป จึงขอยกข้อความต่อไปนี้มานำเสนอให้ผู้อ่านได้พิจารณากันครับ
หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)
ช่วงเวลาร่วมสิบปีที่ผ่านมา ด้วยข้ออ้างว่า เสมอภาค สิทธิเท่าเทียมกัน ประชาธิปไตย ก็สามารถละเมิด ก้าวล่วง ข้ามเส้นแบ่งระหว่างพ่อแม่กับลูก ครูบาอาจารย์กับศิษย์ นักบวชกับศาสนิกชน พระมหากษัตริย์กับพศกนิกร เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายกับกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ศาลสถิตยุติธรรมกับนักการเมือง นักการเมืองกับประชาชนและประเทศชาติ นักการเมืองกับข้าราชการประจำ สื่อสารมวลชนกับข้อมูลข่าวสารที่เลือกข้าง
ด้วยข้ออ้างความเสมอภาค สิทธิมนุษย์ชน ประชาธิปไตย มันทำลายความมั่นคงทางศิลปวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง สถาบันตุลาการ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันข้าราชการประจำ สถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว และสถาบันสื่อสารมวลชน
สถาบันดังกล่าว ล้วนแล้วแต่ถูกก้าวก่าย ล้ำเส้นแบ่ง แทรกแซง ล้วงลูก ครอบงำ ทำพฤติกรรมอำพราง ด้วยข้ออ้างสิทธิเท่าเทียม เสมอภาค ประชาธิปไตย แต่หากไม่ถูกใจ กูจะปฏิเสธหรือไม่ก็ทำร้ายทำลายจนขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เว้นแม้แต่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ แม้กระทั่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันสูงสุดของประเทศก็ไม่เว้น
ทั้งที่ทุกภาคส่วนของสังคมในทุกมิติ ล้วนแต่มีเส้นแบ่งกันอยู่อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น พ่อแม่ต้องทำหน้าที่อุปถัมภ์เลี้ยงดูบุตรธิดา ให้เจริญเติบโตมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ จนเป็นที่พึ่งของตนและคนอื่นได้ แต่ก็มีพ่อแม่ไม่น้อย ที่มิได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพคุณธรรมของชีวิตลูกตนซักเท่าไร เอาแต่ขวนขวายแสวงหาทรัพย์สินเงินทอง มาปรนเปรอความอยากของลูกตนจนเกินพอดี แล้วในที่สุด ด้วยความอยากที่พ่อแม่พยายามยัดเยียดให้แก่ลูกตลอดมา เมื่อลูกเติบโตขึ้น ก็อาศัยความอยาก อยู่ด้วยความอยาก จนทำชีวิตและสังคมรอบข้างยุ่งยาก และเมื่อไม่สมอยาก ทีนี้ต้องใช้สารพัดวิธีให้ได้มา ไม่เว้นแม้แต่จะทำร้ายพ่อแม่หรือคนในครอบครัวและสังคมใกล้ตัว ดังมีข่าวให้เห็นชัดๆ เช่น ลูกฆ่าพ่อแม่พี่เพื่อต้องการสมบัติ
เหล่านี้คือตัวอย่างที่เส้นแบ่งทางสังคมที่ถูกก้าวล่วงทำลายลง 10 กว่าปีมานี้ บ้านเมืองทุกหย่อมหญ้าจึงหมัก หมมโสมมด้วยปัญหา สังคมแตกแยก ขาดความสงบสุข
วันนี้คุณประยุทธ์ คสช.ออกมาทำให้เส้นแบ่งทุกมิติของสังคมเด่นชัดขึ้น ทำให้เส้นแบ่งที่ดีมีอยู่เดิมแต่เพราะถูกคำว่าสิทธิเท่าเทียม เสมอภาค ประชาธิปไตย ทำร้ายทำลายให้เกิดความคลางแคลงระแวงสงสัย ในเส้นแบ่งนั้นๆ กลับมาเป็นที่ยอมรับได้ในทุกมิติของคนในสังคม ทำให้ความสวยงามของสังคมไทยกลับคืนมา ทำให้ลูกหลานไทยมีอนาคตที่สดใส มุ่งหวังได้ มีความฝันที่จับต้องได้ว่า เมืองไทย ใหญ่อุดม ยินดีสม เป็นนาสวน ผองไทย ต่างชักชวน ให้ร่วมกัน มุ่งมั่นทำ ความสุข ที่สวยล้ำ อยู่ทุกยาม ตามชอบใจ
อืม...จริงแฮะ สา...ธุ
Watchdog
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น