วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า แนวทางตามขั้นตอนการรวบรวมและรายงานของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2557 เพื่อรายงาน คสช. ผ่านสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูปนั้น ภายหลังจากการดำเนินกิจกรรมการปรองดองสมานฉันท์ปฏิรูปในรูปแบบต่าง ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งกิจกรรมคืนความสุข กิจกรรมสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ ผลการดำเนินการที่ผ่านมาได้รับผลที่น่าพอใจ ในการเสริมสร้างบรรยากาศของการปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งต่างกับก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ผลการดำเนินการยังทยอยได้รับข้อมูล ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยข้อมูลที่ได้รับจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาคประชาชน กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ กลุ่มภาคแกนนำทางการเมือง กลุ่มภาคธุรกิจเอกชน กลุ่มภาคประชาสังคม และอื่น ๆ โดยกำหนดเป็นแนวทางได้ 11 ประเด็น อาทิ การปฏิรูปทางการเมือง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปการทุจริตคอร์รัปชั่น และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งแต่ละแนวทาง ศปป. จะรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับภาค โดยจะส่งตรงต่อสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูปต่อไป (ที่มา INN )
จากประเด็นข่าวนี้ ก็คงประกายแห่งความหวังของคนไทยทั้งชาติที่จะได้เห็นความสุขคืนกลับมาอย่างยั่งยืน เพราะที่ผ่านมานั้น สังคมไทยเกิดความแตกแยก คนไทยแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะคนในชาติรู้สึกว่าตนเองถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับการดูแลที่เท่าเทียมจากรัฐบาล ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม และมีการใช้ระบบอุปถัมภ์กันจนเกินขอบเขต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้า คสช.สามารถลบล้างออกไปจากสังคมไทยได้ ถึงจะไม่หมดไปเสียทีเดียว ก็ขอให้เหลือน้อยที่สุด เชื่อว่าสังคมไทยจะกลับมารัก สามัคคีปรองดอง และสามารถกลับคืนสู่ความสงบสุขได้ในไม่ช้า
แต่ความสำเร็จนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ ใน คสช. และประชาชนคนไทยทุกคน ที่จะต้องร่วมกันวางแนวทางการปฏิรูปให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งก็ต้องรอการพิสูจน์ผลงานในอนาคต เมื่อมีโอกาสแล้วขอให้ทำอย่างจริงจังและขอให้ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งนี่คือความหวังของคนไทยจริงๆ ครับ
เฒ่าไผ่เขียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น