วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ค่านิยม 12 ประการ คุณธรรมดีๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าล้างสมองเยาวชน


            มีหลายคำถามเกี่ยวกับการนำเอาค่านิยม 12 ประการมาปลูกฝังให้กับเยาวชนตามนโยบาย คสช. ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ ที่วันนี้มีกระแสต่อต้านจากคนกลุ่มเดิม (อีกแล้ว) ว่าแนวทางการปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ เป็นความพยายามล้างสมองเด็กๆ ให้ดีเห็นดีเห็นงามตามแนวทางที่ถูกกำกับโดยเผด็จการ  ซึ่งการต่อต้านนี้จะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตามไม่ขอกล่าวถึง เพราะคนที่เห็นไม่ตรงกัน อธิบายอย่างไรก็ต้องไม่ยอมรับท่าเดียวอยู่แล้ว (แม้ว่าลึกๆ จะเห็นดีด้วยแต่ถ้าอยู่คนละข้างกันแล้วก็ขอแถซะหน่อย)  แต่อยากจะขอแสดงความเห็นตามประสาคนไทยที่ห่วงอนาคตของบ้านเมืองครับ
             ค่านิยม 12 ประการเป็นข้อบังคับให้เด็กทำกระนั้นหรือ
           ตอบได้อย่างคนที่มีสามัญสำนึกปกติครับว่าไม่ใช่   "ค่านิยม 12 ประการ ไม่ใช่ข้อบังคับให้เด็กทำ"  หากแต่เป็นแนวความคิดเชิงบวกที่สมควรอบรม สั่งสอน หรือปลูกฝังให้กับเด็ก โดยการปลูกฝังค่านิยมอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละเล็กทีละน้อย  ด้วยการให้เด็กกระทำในแต่ละข้อในชีวิตประจำวัน หรือด้วยการแสดงตัวอย่างให้เด็กเห็นโดยผู้ใหญ่ให้เด็กเกิดการรับรู้ จดจำ และนำไปใช้เองโดยอัติโนมัติ สามารถทำได้ตั้งแต่ในสังคมที่เล็กที่สุด คือ ครอบครัว เพื่อให้เด็กมีภูมิต้านทานทางความคิดที่เข้มแข็ง ก่อนออกสู่โลก/สังคม  โดยยังไม่ต้องพึ่งการสอนอบรมจากสถานศึกษา
               แน่นอนว่า ไม่ใช่การไ ปกำหนดหรือบังคับให้เด็กต้องทำเพราะอาจเกิดการต่อต้าน 
            เนื่องจากสังคมปัจจุบันเราละเลยที่จะขัดเกลาเยาวชนในสิ่งที่ผู้ใหญ่ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นเด็กและถูกปลูกฝังมาจนทำให้สังคมเราเป็นสังคมที่น่าอยู่  แม้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะได้มีการยกเลิกการเรียนการสอนในวิชาที่เป็นพื้นฐานของสังคมไทย อาทิ วิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรม และวิชาประวัติศาสตร์  ซึ่งการยกเลิกไปนั้นจะเป็นไปโดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม  แต่ผลนั้นปรากฏให้เห็นแล้วในวันนี้
             สังเกตุมั้ยครับว่าที่เราเห็นเด็กทุกวันนี้บางส่วนเถียงพ่อแม่  ไม่เคารพผู้ใหญ่ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามกระแสสังคม ไม่เคารพกฏจราจร ผลการเรียนตกต่ำ ละเลยหน้าที่ของตน จนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีคุณภาพในทุกวันนี้นั้น พวกเราผู้ใหญ่มองเห็นเป็นเรื่องปกติหรือไม่  สำหรับคนที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไปผมเชื่อว่าหากมองย้อนไปตอนที่พวกท่านเป็นเด็กๆ แล้ว จะเห็นว่าสิ่งที่กล่าวมาช้างต้นเป็นเรื่องผิดปกติครับ
             แต่สำหรับเด็กในวันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กสมัยนี้คิดแบบนั้น คำตอบผมก็เชื่ออีกเช่นกันว่าผู้ใหญ่ในวันนี้ทราบดี
             แล้วเหตุผลใดจึงมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าค่านิยม 12 ประการ ซึ่งมีส่วนผสมด้านคุณธรรมหลายๆ เรื่องที่บ้านเมืองอื่นที่เขาเจริญแล้วต่างก็ปลูกฝังให้พลเมืองของเขาเช่นกัน กลับถูกมองว่าเป็นการล้างสมองเด็กๆ  น่าคิดนะครับ
           หรืออาจเป็นเพราะคนกลุ่มนี้อาจถูกล้างสมองไปแล้ว แต่เป็นการล้างเอาสิ่งที่ดีๆ ออกจากสมองเหลือแต่ความอาฆาตแค้น อคติ ความเกลียดชังที่ฝังแน่นอยู่ก็อาจเป็นได้ครับ ถึงได้คิดในสิ่งดีๆ ไม่เป็น...น่าเป็นห่วงครับ

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กับคำถามที่โดนใจ "ทำไมคนไทยจึงรักในหลวง"


                  “ทำไมเรารักในหลวง” เป็นประโยคสั้นๆ ที่ไม่ต้องการคำอธิบาย และทุกครั้งที่มีคนเล่าเรื่องในหลวงให้เราฟัง ไม่ว่าจะโดยคำพูดหรือตัวอักษร เราก็จะมีความสุขที่ได้รับรู้และมีส่วนร่วม เป็นความสุขที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เล่า ผู้เขียน และผู้ฟัง

                 "เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย


                ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก

               "พ่อเหนื่อย.....แต่พ่อยิ้มสู้ สองเท้าของพ่อเหนื่อยล้ามามาก แต่สองเท้าของเรายังมีแรง เช่นนั้นแล้วทำไมเราไม่ทำให้ท่านมีความสุข ทำไมเราไม่ทำให้พ่อที่เหนื่อยที่สุดในโลกเป็นพ่อที่มีความสุขมากที่สุด"


               "ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน“    Long Live The Great King Of Thailand