หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศเข้ายึดอำนาจบริหารบ้านเมือง ตั้งแต่ 22 พ.ค.57 ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอชื่นชม และถือเป็นผลงานอันเด่นชัด คือ การดำเนินการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย อันเป็นภัยสังคมที่ยืนหยัดเฟื่องฟูในสังคมไทยมานานกว่าทศวรรษ ทั้งการบุกทลายแหล่งพนัน การปราบปรามยาเสพติด การจับกุมผู้ค้าอาวุธสงคราม และจับกุมผู้ครอบครองอาวุธเถื่อน รวมถึงเอาจริงเอาจังกับการจับกุมผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า หรือการเข้าตรวจสอบการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์จากสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้มักจะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือบางคนก็เกี่ยวโยงกับนักการเมือง และบางทีก็มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนรู้เห็น ทำให้ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยุคใดสมัยใด ก็ไม่สามารถปราบปรามได้อย่างจริงจัง
แต่ในยุคปัจจุบันของ คสช. ที่มีจุดมุ่งหมายในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติ ได้มีการดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง จนมีผลงานเป็นรูปธรรม ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่สูญพันธุ์ไปจากสังคมไทยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำให้สังคมเห็นว่า ถ้ามีความตั้งใจที่จะปราบปรามอย่างจริงจัง โดยไม่ไว้หน้าใคร ย่อมสามารถกระทำได้อย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าสังคมไทย และนานาชาติคงจะยอมรับได้ ถึงแม้ คสช.จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองโดยที่ไม่ผ่านมาจากกระบวนการเลือกตั้งก็ตาม เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ในยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน ก็คงต้องใช้การปราบปรามภัยสังคม ด้วยการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ถ้าทำได้ผมเชื่อว่าในอนาคต คงได้รับแต่คำยกย่อง และเสียงปรบมือ
เฒ่า ไผ่เขียว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น