ในท่ามกลางกระแสกดดันของหลายประเทศ ที่มีการแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามาบริหารบ้านเมืองชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และความแตกแยกของสังคมไทย ที่กำลังลุกลามเข้าไปถึงในระดับครอบครัว ซึ่งถือเป็นความน่ากลัวที่คนไทยต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้ต่อไป สังคมไทยคงยากที่จะหวนกลับคืนสู่ความสงบสุขได้
การเข้ามาแก้ไขปัญหาของ คสช. ซึ่งเข้ามาในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เข้ามาด้วยความหวังดี และปรารถนาดี ต่อคนในชาติ ไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ถึงแม้ว่าอาจจะมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง ก็ถือเป็นเรื่องปกติของสังคม ซึ่งถ้ามองด้วยความยุติธรรมไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แนวทางการแก้ไขปัญหาของ คสช.ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว ก่อนที่สังคมไทยจะแตกแยกร้าวลึกมากไปกว่านี้
สิ่งสำคัญที่สุดที่คนไทยต่างคาดหวัง คือ "ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง" ที่เราทุกคนหวังจะได้รับจากการกระทำของ คสช. ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอยู่บ้าง แต่คงไม่มีใครประเทศไหนที่จะรู้สถานการณ์ได้ดีไปกว่าคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งในอนาคตสิ่งที่จะสามารถยืนยันได้ ถึงความบริสุทธิ์ใจและความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด คือ การกระทำที่ต้องยึดมั่น อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก พิสูจน์ให้สังคมและนานาชาติเห็นว่า คสช.เข้ามาบริหารบ้านเมืองเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ไม่ได้เข้ามาเพื่ออำนาจ หรือเข้ามาเบียดบังสิทธิเสรีภาพของใคร จึงอยากจะขอย้ำเพื่อเตือนใจว่า เราคนไทยก็ต้องมีศักดิ์ศรี และต้องสามารถยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง ให้ต่างชาติได้เห็นว่า เราไม่ใช่ชาติที่คอยแต่หวังที่จะพึ่งพาคนอื่น
เฒ่าไผ่เขียว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น